[HERO REVIEW] : Bloodseeker : ฮีโร่ที่จะมาเขย่าทัวร์นาเม้นต์ The International

Μ Σ 7 ♥ ₦ 12 ก.ค. 2558, 11:47

 

Bloodseeker : ฮีโร่ที่จะมาเขย่าทัวร์นาเม้นต์ The International

ช่วงเวลาที่ผ่านมามีฮีโร่อยู่หนึ่งตัวที่อยู่ๆดีคนก็หยิบมาใช้ในการแข่งขัน นั่นคือ Bloodseeker ก่อนหน้านี้ฮีโร่ตัวนี้ถือเป็นฮีโร่ที่ไม่ค่อยมีใครหยิบมาใช้เท่าไหร่นัก แต่ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาฮีโร่ตัวนี้กลับมามีคนใช้และสามารถทำ Win rate ได้ถึง 62% แต่ผมคิดว่าฮีโร่ตัวนี้คงไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆใน The International แต่เชื่อว่าฮีโร่ตัวนี้จะเป็นตัวที่สร้างเซอร์ไพร์สให้กับงานๆนี้แน่นอน ฮีโร่ตัวนี้ถูก rework ให้เป็นฮีโร่สาย atk ที่ดีขึ้น ด้วยสกิล Thirst ที่ถูกปรับใน patch 6.84 เป็นจุดเด่นที่ทำให้ฮีโร่ตัวนี้เล่นได้ง่ายขึ้นในช่วงต้นเกม

Thirst สกิลนี้จะบวกเปอร์เซนต์ Movement speed และ atk damage ให้กับ Bloodseeker เมื่อเลือดของฝั่งตรงข้ามลดลงทุกๆ 5 เปอร์เซนต์ โดยเป็นจะบวก atk  Movement speed เป็นเปอร์เซนต์ 0.666%/1.333%/2%/2.666% ตามเลเวลสกิล

Damage สูงสุดที่สามารถเพิ่มขึ้นได้คือ 200 damage เมื่อฮีโร่ทุกตัวเมื่อเลือดเหลือ 25% มันอาจจะดูยากในความเป็นจริงแต่เชื่อเถอะ ว่า bonus damage บวกมากกว่า 80 เราสามารถเห็นได้บ่อยครั้ง ฮีโร่ตัวนี้สามารถมี damage ที่ 50 +โบนัส damage จากเลือกศัตรูต่ำกว่า 50% ได้เกือบตลอดในช่วงทีมไฟต์ ในช่วงต้นเกมถ้ามีฮีโร่ฝั่งตรงข้ามเลือดลดไปต่ำกว่าที่กำหนดตัวมันจะสามารถบูท damage ได้ 20-30หน่วยได้สบาย และเมื่อใดก็ตามที่มันเริ่มต้นแก๊งค์ damage ที่มีให้ตัวมันก็จะเพิ่มขึ้นๆเรื่อยๆเมื่อศัตรูเลือดลดลงเรื่อยๆ ทำให้ง่ายต่อการฆ่าฝั่งตรงข้ามมากๆ และแน่นอนอีกอย่างที่ส่งผลกับตัวฮีโร่ก็คือ Movement speed ซึ่งจะเป็นฮีโร่ที่สามารถวางไล่กวดคู่ต่อสู้ได้อย่างสบายในช่วงต้นเกมจนถึงกลางเกม บางครั้งสามารถมีสปีดเพิ่มเป็น 500 ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

สกิลที่จำเป็นสำหรับตัวมันในช่วงต้นเกมไม่ใช่สกิลอย่าง Blood Rite แต่เป็นสกิล Thirst บวกกับสกิล Bloodrage ในความเป็นจริงแล้ว Bloodseeker เป็นตัวฟาร์มที่ทำ damage แบบ Single target ได้ดีกว่าการอัพสกิล Blood Rite มาใช้ใส่ฝั่งตรงข้ามเพื่อฟาร์ม เพราะว่าสกิล Blood Rite นั้นมี damage ที่ไม่เยอะ ใช้เวลาในการคูลดาวสกิลที่นาน และเมื่อผ่านไป 20 นาที Blood Rite จะไม่แรงถึงขนาดฆ่าครีปตีไกลฝั่งตรงข้ามได้

แต่ในทีมไฟต์นั้นการคอมโบกันระหว่างสกิล Blood Rite และ Bloodrage ทำให้ฮีโร่ตัวนี้น่าสนใจขึ้นมา การทำให้ฮีโร่ฝั่งตรงข้ามที่เผลอยืนอยู่ในวงแหวนเลือดโดนสกิล Silence ทำให้ฝั่งเราสามารถยัดสกิลใส่ฝั่งตรงข้ามได้อย่าง่าย และประโยช์นอีกอย่างหนึ่งของ Bloodrage คือสามารถคอมโบคู่กับสกิลที่มี damage สูงได้ อย่างเช่นที่ s4 แห่งทีม Secret หยิบมาใช้คู่กับ Lina ในการหยุด Anti-Mage ทัวร์นาเม้นต์การแข่งขัน ESL One รอบชิงชนะเลิศ s4 ได้ให้สัมภาษณ์บอกว่า เขารู้ว่า Lina เป็นตัวที่สามารถหยุด Anti-Mage ได้เมื่อถึงช่วงเวลา Late game, Aghanim's Scepter นั้นจะส่งผลห้สกิล Laguna Blade ของ Lina กลายเป็น Pure Damage บวกกับสกิล Blood Rage ที่จะเพิ่ม % damage ให้กับสกิลที่ใช้ ทำให้คอมโบนี้ สามารถทำลาย Anti-Mage ตอนไม่มี Heart of Tarrasque ได้ และจะมีสกิลอย่าง Blood Rite ทำให้ Anti-Mage ไม่สามารถ Blink หนีได้ และด้วยคอมโบอีกชั้นด้วย Naga Siren's Song of the Siren จะทำให้คอมโบนี้ง่ายต่อการทำมากขึ้นอีกด้วย

นอกจากคอมโบนี้แล้วเราจะสามารถเห็น Bloodseeker ใช้สกิล Blood Rite เล่นคู่กับ Sandking ลองนึกว่าดูว่าถ้าคุณโดนสกิล Epiccentre ตลอดเวลา 6 วินาทีโดนไม่มีใครสามารถหยุดสกิลนี้ได้จะเป็นยังไง หรือสามารถเล่นคู่กันกับ Magnus หรือ Darkseer ก็ได้อีกด้วย เมื่อ Magnus เข้าไปใช้สกิล Reverse Polarity ต่อด้วยสกิล Skewer ลากฮีโร่เหล่านกลับมาที่ Wall of Replica หลังจากนั้นก็ร่ายสกิล Blood Rite รอไว้ได้เลย แน่นอนว่าฮีโร่ฝั่งตรงข้ามที่โดนสกิลเหล่านี้ไปเลือดต้องลดอย่างมหาศาลแน่นอน และถึงคราวที่เราจะมีวิ่งไล่เก็บเรื่อยๆด้วยผลของ Empower, Thirst และ Bloodrage จะยิ่งเพอร์เฟคกว่านี้ถ้าเล่นคู่กับสกิล Fatal Bonds คอนลิงค์ damage , Upheaval คอยทำให้คู่ต่อสู้เดินช้าลง ไหนจะปิดท้ายด้วย Golem จาก Warlock อีกด้วย

สกิล Blood Rite เป็นสกิลที่สามารถทำลายพื้นที่การยืนของฝั่งตรงข้ามได้เป็นอย่างดี ลองคิดดูว่าถ้าฝั่งศัตรูโดนสกิลนี้คู่กันสกิล Upheaval ของ Warlock จะไม่สามารถเดินหนีจากวงแหวน Blood Rite ได้เลยและหลังจากนั้นก็ถึงเวลา Bloodseeker ใส่ Bloodrage วิ่งเข้ามาไล่ตบทีละตัวทีละตัว

Bloodseeker เป็นฮีโร่ที่จะฉายแสงในช่วงกลางเกม อีกทั้งตัวฮี่โร่ยังสามารถเล่นคู่กับฮีโร่ Tier1 และ Tier 2 ได้ เช่น Queedn of Pain, Leshrac, และ Gyroconter) ทำให้สกิล Nuke ของฮีโร่เหล่านี้แรงขึ้น 40 % ด้วยสกิล Bloodrage อีกด้วย  

ในช่วงเลทเกมนั้นประสิทธิภาพตัวฮีโร่อาจจะดูดรอปลงมานิดหน่อย แต่ด้วยสกิล Ruture ที่เป็นสกิล Lock target และหยุดฮีโร่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ขยับหนีได้ การขยับตำแหน่งของฮีโร่นั้นถือเป็นกุญแจสำคัญในช่วงเลทเกม Bloodseeker สามารถหยุดการเคลื่อนที่ของฝั่งตรงข้ามได้นานถึง 12 วินาทีอีกด้วย แต่สกิลอย่าง Ball Lighting ของ Storm Spirit, Fire Remnant ของ Ember Spirit, Time Walk ของ Faceless Void, และ Waveform ของ Morphling จะไม่ทำให้โดน damage จากสกิล Rupture  แต่สกิลนี้มีผลในการตัดการเคลื่อนไหวของฮีโร่ฝั่งตรงข้ามทำให้ทีมไฟต์นั้นง่ายขึ้นขนาดไหน บางทีอาจจะกลายเป็นทีมไฟต์ที่เหลือ4 ต่อ 5 เลยก็เป็นไปได้ Rupture นั้นอาจจะต้องถูกปรับระยะเวลาแสดงผลของสกิลลงมาอีกแต่เชื่อเถอะนี่ว่าถ้าถูกปรับลงมาแล้ว มันก็ไม่ได้ลดความแข็งแกร่งของฮีโร่ตัวนี้ลงมาเลย เราจะได้เห็นฮีโร่ตัวนี้เอามาใช้หยุดฮีโร่ที่มีความคล่องตัวสูงของฝั่งตรงข้ามแน่นอน

 

ขอบคุณที่มาจากเว็บ dota.2p ด้วยครับ




ผู้เขียน: Μ Σ 7 ♥ ₦
ปัก Ward ทั่วราชอาณาจักร

Comments แสดงความเห็น

comments powered by Disqus